เรื่อน่ารู้!ก่อนยื่นสมัครขอเครดิตต่างๆ

คนที่คิดจะกู้เงินไม่ว่าจะผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือขอสินเชื่อเงินกู้เพื่อการทำธุรกิจ รวมถึงสมัครบัตรเคดิต สิ่งสำคัญที่สถาบันการเงินจะตรวจดูคือ เครดิตบูโร ซึ่งเก็บรวบวมประวัติการชำระสินเชื่อย้อนหลังของเรา ไม่เกิน 24 เดือน ดังนั้นหากใครที่มีประวัติการชำระเงินล่าช้า หรือค้างชำระ ประวัติเหล่านั้นก็จะแสดงให้เห็น
Q: เครดิตบูโร คือ อะไร ?

เครดิตบูโร หรือ บริษัทข้อมูลเครดิต (Credit Bureau) คือ บริษัทที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินหลายๆแห่งที่เป็นสมาชิก นำมารวบรวมประมวลผลเป็นข้อมูลเครดิตในภาพรวมสำหรับลูกค้าเจ้าของข้อมูลแต่ละราย และเมื่อสถาบันการเงินหรือลูกค้าเจ้าของข้อมูลต้องการเรียกดูรายงานข้อมูลเครดิตภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด บริษัทข้อมูลเครดิตจึงจะเปิดเผยข้อมูลเครดิตนั้นในรูปของรายงานข้อมูลเครดิต

Q: ทำอย่างไรให้เครดิตแจ่ม รักษาประวัติหรู ?

– ไม่ควรมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนสูงเกินไป จนทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและชำระหนี้

– ควรมีบัตรเครดิตเท่าที่เพียงพอต่อความจำเป็น และควรปิดบัญชีบัตรเครดิตที่ไม่ใช้แล้ว เพราะหากมีมาก แนวโน้มการก่อหนี้ก็จะมีมากขึ้น

– ควรชำระหนี้ทุกรายการตามใบแจ้งหนี้จากสถาบันเจ้าหนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ขั้นต่ำตามที่กำหนด

– หากชำระไม่ทันตามเวลา ควรรีบติดต่อกับสถาบันผู้ออกบัตรทันที และควรดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษร.สินเชื่อ,สินเชื่อส่วนบุคคล,บัตรเครดิต,เงินกู้,บัตรกดเงินสด,โอนหนี้,บริการ สินเชื่อส่วนบุคคล สมัครบัตรกดเงินสด, สมัคร บัตรเครดิต,สินเชื่อ-บัตรเครดิตทุกธนาคาร, กรุงศรี,กรุงไทย,กสิกร,ไทยพาณิชย์,citibank,ไทยธนาคาร,เกียรตินาคิน,ธนชาติ,กรุงเทพ,อาคารสงเคราะห์, เปรียบเทียบทุกธนาคาร

Q: ทำไมข้าพเจ้าจึงถูกปฏิเสธคำขอสินเชื่อ เครดิต ?

เครดิตบูโรเปิดเผยประวัติข้อมูลและการชำระสินเชื่อของท่านที่ปรากฏในรายงานข้อมูลเครดิต แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อแต่อย่างใด สถาบันการเงินแต่ละแห่งมีนโยบายการให้สินเชื่อเป็นของตนเองซึ่งอาจแตกต่างกันไปในระหว่างสถาบันการเงิน สถาบันการเงินไม่ได้รายงานให้บริษัทข้อมูลเครดิตทราบว่าเหตุใดจึงอนุมัติให้สินเชื่อหรือเหตุใดจึงปฏิเสธการให้สินเชื่อแก่ท่าน

การพิจารณาวิเคราะห์สินเชื่อ หรือออกบัตรเครดิตให้กับผู้ที่มาขอสินเชื่อนั้น สถาบันการเงินจะนำข้อมูลนี้ไปพิจารณารวมกับข้อมูลที่แสดงความสามารถในการทำรายได้ เช่น เงินเดือน อาชีพ ภาระในครอบครัว เป็นต้น ดังนั้น การพิจารณาให้-ไม่ให้ หรืออนุมัติ-ไม่อนุมัติ เป็นสิทธิและเป็นอำนาจของสถาบันการเงิน เครดิตบูโรไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ

Q: กรณีที่ขอสินเชื่อ หรือมีบัตรเครดิตไว้กับธนาคารหลายแห่ง ข้อมูลจากทุกธนาคารจะถูกส่งมาที่บริษัทข้อมูลเครดิตใช่หรือไม่่ ?

เฉพาะข้อมูลการขอและการชำระสินเชื่อจากธนาคารที่เป็นสมาชิกกับบริษัทเท่านั้นที่จะรายงานข้อมูลเข้ามา ซึ่งธนาคารเกือบทุกแห่งในประเทศไทยเป็นสมาชิกของบริษัท และเราจะแสดงข้อมูลจากที่ทุกๆ สถาบันการเงินสมาชิกส่งเข้ามา

Q: ค้างชำระค่าโทรศัพท์ จะติดเครดิตบูโร หรือขอสินเชื่อยากขึ้นหรือไม่ ?

เครดิตบูโรไม่มีการจัดเก็บข้อมูลการชำระ หรือค้างชำระเกี่ยวกับสาธารณูปโภคทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์ รายการบัญชีเงินฝาก ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า หรือข้อมูลทรัพย์สินเงินฝากแต่อย่างใด เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ดำเนินการจัดเก็บ ใครฝ่าฝืนจะมีโทษในทางอาญา และปัจจุบันยังไม่มีการนำส่งข้อมูลจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเข้ามาในระบบข้อมูลเครดิตอีกด้วย

Q: รายงานสถาบันการเงินทุกแห่งเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตหรือไม่ ?

สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตเป็นผู้เรียกดูรายงานข้อมูลเครดิตเกี่ยวกับตัวลูกค้าที่ขอสินเชื่อ ทั้งนี้ในการสมัครขอสินเชื่อสถาบันการเงินจะให้ท่านทำหนังสือให้ความยินยอมให้บริษัทข้อมูลเครดิตเปิดเผยข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาการให้สินเชื่อตามที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้

Q: อุ๊บส์! ติด BLACKLIST คืออะไร ?

ระบบเครดิตบูโร จะไม่มีคำว่า “Blacklist” หรือแม้กระทั่งคำว่า “ติดเครดิตบูโร” ซึ่งคำดังกล่าว เป็นภาษาพูดที่ใช้กันจนชินปาก เช่น พวกรับจ้างทวงหนี้ หรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ปฏิเสธไม่ให้สินเชื่อคุณ มักชอบอ้างใช้คำนี้ ซึ่งคำว่า Blacklist ก็คือการที่เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเวลาที่กำหนด และทำให้ไม่สามารถยื่นขอที่ใดๆ ได้อีก หากไม่ชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

ขณะเดียวกัน บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จะเก็บข้อมูลไว้ในระบบ 3 ปี หลังจากนั้นคุณสามารถขอสินเชื่อใหม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสถาบันการเงิน ฉะนั้น คำตอบที่ดีที่สุดของปัญหานี้คือ ใช้หนี้ให้หมดและสร้างความมั่นคงการเงินใหม่ คุณจะมีรายงานข้อมูลเครดิตที่ดี และสามารถทำธุรกรรมต่อได้อย่างปกติ

Q: อยากทราบว่า ค้างชำระเป็นเวลานานเพียงไร ชื่อจึงถูกจัดเข้าไปอยู่ในแบล็กลิสของบริษัทข้อมูลเครดิต ?

ก่อนอื่นคงต้องขอทำความเข้าใจกับคุณก่อนว่า บริษัทข้อมูลเครดิตไม่ได้เป็นศูนย์กลางในการจัดหรือเก็บข้อมูลแบล็คลิตส์แต่อย่างใด บริษัทฯ มีหน้าที่เพียงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการขอและการชำระสินเชื่อของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการชำระดีหรือไม่ดี จะบันทึกไว้ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงค่ะ

Q: ข้อมูลในเครดิตบูโรจะเก็บย้อนหลังกี่ปี และจะอัพเดททุก ๆ กี่เดือน ?

ข้อมูลของบุคคลธรรมดาและข้อมูลของนิติบุคคล กฎหมายกำหนดไว้ว่าให้เก็บไว้ในระบบประมวลผลได้ไม่เกิน 3 ปี และ 5 ปีตามลำดับ นับแต่วันที่สมาชิกรายงานข้อมูลมายังบริษัท โดยที่จะมีข้อมูลใหม่เข้าไปแทนที่ข้อมูลเก่าเรื่อยไปน่ะค่ะ ส่วนการอัพเดดข้อมูลนั้น สถาบันการเงินจะรายงานประวัติการชำระของคุณเข้ามาที่บริษัทฯ ทุกๆ สิ้นเดือนค่ะ

Q: ชำระหนี้ที่เคยค้างค่าบัตรเครดิตไว้ไปหมดแล้ว แต่ทำไมในรายงานข้อมุลเครดิต จึงยังมีชื่อปรากฏอยู่ว่าค้างชำระ ?

รายงานข้อมูลเครดิตเปรียบเหมือนรายงานผลการศึกษา คือจะรายงานตามผลจริงที่เกิดขึ้น และไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขประวัติเดิมได้ หากคุณเคยค้างชำระไว้ ข้อมูลก็จะขึ้น ณ เดือนที่คุณค้างชำระว่า “ค้างชำระ” ในกรณีที่คุณได้ชำระหนี้ไปแล้ว จะมีข้อมูลใหม่ขึ้นมาว่า คุณชำระเรียบร้อยแล้วหรือปิดบัญชีแล้ว โดยที่ข้อมูลการค้างชำระเดิมไม่ได้ถูกลบออกไป จนกว่าข้อมูลนั้นจะถูกลบออกไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ 3 ปีหรือ 36 เดือน

Q: หากไม่จ่ายค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิต ข้อมูลจะถูกนำส่งบริษัทข้อมูลเครดิตหรือไม่ ?

ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งเข้ามาที่บริษัทฯ ข้อมูลเครดิตด้วยค่ะ เพราะข้อมูลในรายงานข้อมูลเครดิตจะไม่ได้แยกว่าเป็นหนี้จากการใช้บัตรเครดิต หรือหนี้จากค่าธรรมเนียม แต่ถ้ามีการขอยกเว้นในภายหลัง ก็ต้องแจ้งเรื่องให้บริษัทหรือสถาบันผู้ออกบัตรแก้ไขข้อมูลแล้วส่งมาที่บริษัทข้อมูลเครดิตอีกครั้ง

ช่องทาง-การเช็คเครดิต-บูโร บัตรเครดิต-สินเชื่อ-โอนหนี้-บัตรกดเงินQ: เอ๊ะ! ประวัติเครดิตบูโร เราเป็นอย่างไรบ้าง ต้องเช็กทางไหน ?

บุคคลธรรมดา สามารถตรวจเครดิตบูโรได้ที่

1. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร สาขาธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ สาขาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง สาขาอาคารกลาสเฮ้าส์ ปากซอยสุขุมวิท 25 และสาขาห้างเจ-เวนิว (นวนคร) รับรายงานได้เลยภายใน 15 นาที

2. ยื่นคำขอผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ได้ทุกสาขา บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายใน 7 วัน

3. ยื่นคำขอผ่านตู้เบิกเงินสด (ATM) ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายใน 7 วัน

สถานที่ตรวจสอบข้อมูลเครดิต ศูนย์บริการตรวจสอบบูโร 3 แห่ง ดังนี้

1. ส่วนบริหารเจ้าของข้อมูล บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

อาคาร 2 ชั้น 2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สำนักงานใหญ่)

เลขที่ 63 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320

โทรศัพท์ : (66) 02-643-1250

โทรสาร : (66) 02-612-5895

เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00 น. – 16.30 น.

2. สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ด้านในสถานี)

เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00 น. – 18.00 น.

(*ตรวจสอบเครดิตบูโรเฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น)

3. ห้างเจเวนิว (นวนคร) ติดโรงพยาบาลนวนคร

เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00 น. – 19.00 น. หยุดนักขัตฤกษ์

(*ตรวจสอบเครดิตบูโรเฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น)

การตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเองผ่านธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการตรวจสอบเครดิตบูโร

– เคาน์เตอร์ธนาคาร ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

– ทำรายการผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ (ต้องมีบัตรเอทีเอ็ม)

– ทำรายการผ่านระบบธนาคารบนโทรศัพท์มือถือของธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ต้องมีบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตของธนาคารนั้น ๆ

– ทำรายการผ่านธนาคารออนไลน์ ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ต้องมีบัญชีธนาคาร (ให้บริการเฉพาะบุคคลธรรมดา)

กรณีทำรายการผ่านเครื่อง ATM สามารถทำรายการขอข้อมูลได้ทันที โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลหรือแบบฟอร์มคำขอ ส่วนในกรณียื่นผ่านสาขา ลูกค้าสามารถเลือกการรับข้อมูลเครดิตได้หลายแบบ ทั้งแบบปีละ 1 ครั้ง 2 ครั้ง 4 ครั้ง หรือ 6 ครั้ง โดยยื่นความจำนงเพียงครั้งเดียว ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายอย่างมากให้กับลูกค้าและประชาชน จากนั้นศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติจะส่งข้อมูลเครดิตบูโรให้ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ภายใน 7 วัน คิดค่าบริการ 150 บาท ต่อ 1 รายการ

Q: การตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเอง ขั้นตอนอย่างไร ?

ณ ที่ทำการบริษัท (ศูนย์บริการตรวจสอบเครดิตบูโร) มีขั้นตอนดังนี้

1. เจ้าของข้อมูลมาติดต่อด้วยตนเอง แสดงเอกสารหลักฐาน ดังนี้

กรณีบุคคลธรรมดา

– บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าวตัวจริงนำมาแสดง

กรณีนิติบุคคล

– สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคล ที่รับรองไว้ไม่เกิน 3 เดือน และลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมดารผู้มีอำนาจ

– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงนำมาแสดง

– ตราประทับของนิติบุคคล (ถ้ามี) เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิต

2. เจ้าของข้อมูลมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน แสดงเอกสารหลักฐาน ดังนี้

กรณีบุคคลธรรมดา

– หนังสือมอบอำนาจบุคคลธรรมดา กรอกรายละเอียดและลงนามให้สมบูรณ์ครบถ้วน

– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงมาแสดง

– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงมาแสดง

กรณีนิติบุคคล

– หนังสือมอบอำนาจนิติบุคคล กรอกรายละเอียดและลงนามให้สมบูรณ์ครบถ้วน

– สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคล ที่รับรองไว้ไม้เกิน 3 เดือน และลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจประทับตราของนิติบุคคล (ถ้ามี)

– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมตัวจริงนำมาแสดง

– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้รับมอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงนำมาแสดง

– ยื่นเอกสารในข้อ 1 และชำระค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบข้อมูลเครติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัท

– เจ้าของข้อมูลสามารถขอรับรายงานภายในวันยื่นคำขอ หรือยื่นความจำนงให้จัดส่งรายงานทางไปรษณีย์ลงทะเบียน (กรณีให้จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ฉบับละ 20 บาท)

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.ncb.co.th/