5 วิธีใช้บัตรเครดิตไม่ให้เดือดร้อน

สมัยนี้การมีบัตรเครดิตดอกเบี้ยต่ำๆ เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างต่อการใช้ชีวิตประจำวันแต่ก็อาจจะทำให้เรามีปัญหาหนี้บัตรเครดิตตามแก้ไม่ตกตามมาได้ มาดูวิธีการใช้บัตรเครดิตยังไงไม่ให้คนใช้เดือดร้อนกันนะคะ
แต่การใช้บัตรเครดิตโดยไม่มีการวางแผนการเงินล่วงหน้า อาจนำความเดือดร้อนอันใหญ่หลวงมาให้เราได้ นั่นก็คือ เมื่อเราใช้บัตรเครดิตเกินกำลังความสามารถในการชำระคืนของเรา กลายเป็นการก่อหนี้พอกพูดอย่าลืมนะคะ ว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตมีจำนวนสูงมาก และถ้าใครมีบัตรเครดิตหลายๆ ใบยิ่งจะทำให้ควบคุมยากขึ้นไปอีก
ฉะนั้น เราควรจะทราบวิธีใช้บัตรเครดิตไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน ดังนี้เลยค่ะ
1.ทุกครั้งที่ใช้บัตรเครดิต ต้องมีเงินสำรองไว้?สินเชื่อ,สินเชื่อส่วนบุคคล,บัตรเครดิต,เงินกู้,บัตรกดเงินสด,โอนหนี้,บริการ สินเชื่อส่วนบุคคล สมัครบัตรกดเงินสด, สมัคร บัตรเครดิต,สินเชื่อ-บัตรเครดิตทุกธนาคาร, กรุงศรี,กรุงไทย,กสิกร,ไทยพาณิชย์,citibank,ไทยธนาคาร,เกียรตินาคิน,ธนชาติ,กรุงเทพ,อาคารสงเคราะห์, เปรียบเทียบทุกธนาคาร
เพื่อให้มั่นใจว่า ถึงเวลาชำระหนี้บัตรเครดิต เราจะมีเงินจ่าย เมื่อไรก็ตามที่เราใช้บัตรเครดิตให้เก็บสลิปไว้ แล้วตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรามีเงินพอชำระในส่วนนี้เมื่อถึงเวลาต้องชำระค่าบัตร

และถ้าจะให้ดีกว่านั้น ในแต่ละสัปดาห์ ลองเอาสลิปมาบวกกันดูว่าเราใช้บัตรเครดิตไปรวมเป็นกี่บาทแล้ว จะได้เป็นการเฝ้าระวังไม่ให้ตัวเองใช้เกินงบประมาณ เพราะบัตรเครดิตเวลารูดมันรูดง่ายน่ะแหละค่ะ เราอาจไม่ทันรู้ตัวว่าจริงๆ ใช้เงินในอนาคตไปเยอะขนาดไหนแล้ว

2.ชำระเต็มจำนวน?

ข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้บัตรเครดิต คือ เราสามารถชำระเงินขั้นต่ำได้ในแต่ละงวด ไม่จำเป็นต้องจ่ายเต็มจำนวน ฉะนั้น ถ้าเดือนไหนเราช็อตๆ มีเหตุที่ต้องได้ใช้เงินมากจนทำให้ไม่สามารถชำระค่าบัตรเครดิตได้หมด เราก็สามารถชำระขั้นต่ำไปก่อนได้
???แต่ถ้าทำบ่อยๆ แบบนี้ไม่ดีแน่ค่ะ เพราะยอดที่ค้างชำระมันจะไปรวมกับดอกเบี้ยน่ะสิ! แล้วมันจะกลายเป็นดินพอกหางหมูถ้าเราชำระเงินแค่ขั้นต่ำไปเรื่อยๆ ที่เป็นหนี้อยู่ ยังไงก็จะเป็นหนี้อยู่อย่างนั้น เหมือนป่วยเป็นไข้แล้วยังฝืนไปทำงาน สู้ลางานพักผ่อนเต็มๆ 1 วันยังดีเสียกว่าอีก การชำระบัตรเครดิตก็เช่นกันค่ะ
เพราะฉะนั้น พยายามชำระหนี้บัตรเครดิตให้เต็มจำนวนทุกงวด เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการเป็นหนี้จากยอดค้างชำระและดอกเบี้ยสูงๆ ค่ะ

3.รักษาความปลอดภัย
เราควรเก็บรักษาข้อมูลบัตรเครดิตไว้ในที่ปลอดภัย กันไว้เผื่อกรณีที่เราทำบัตรหายหรือโดยขโมย ห้ามบอกหมายเลขบัตรเครดิตให้กับใคร ไม่เขียนรหัสหรือเลข PIN ลงบนบัตรหรือเขียนใส่ในกระเป๋าเด็ดขาด เผื่อมีคนขโมยบัตรหรือขโมยทั้งกระเป๋าของเราไป
นอกจากนี้ ด้วยความที่การซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย บัตรเครดิตเป็นตัวเลือกในการชำระเงินที่เรามักใช้กัน ตรงนี้แหละค่ะที่ต้องระวัง เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า เว็บไซต์ที่เรากำลังจะกรอกข้อมูลบัตรเครดิตทุกอย่างของเราลงไป เป็นเว็บไซต์ของบริษัทที่น่าเชื่อถือหรือไม่
ถ้ารู้สึกว่าหน้าเว็บไซต์ที่เรากำลังกรอกข้อมูลดูแปลกๆ ให้เชื่อสัญชาติญาณตัวเอง อย่าเสี่ยงจะดีที่สุดค่ะ ดีกว่าไปให้ข้อมูลบัตรเครดิตของเราลงบนหน้าเว็บไซต์ของคนที่ประสงค์จะขโมยข้อมูลบัตรของเรา
ที่สำคัญ เราควรเช็คสลิปกับใบแจ้งยอดชำระค่าบัตรเครดิตทุกๆ เดือนเพื่อให้รู้ว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า หรือมีใครแอบเอาข้อมูลบัตรเครดิตเราไปใช้หรือไม่ เราจะได้แจ้งกับผู้ออกบัตรเพื่อให้ทำการแก้ไขทันเวลา เราจะได้ไม่เสียเงินฟรีให้กับมิจฉาชีพหรือผู้ให้บริการที่คิดจะเอาเปรียบเราค่ะ
4.ห้ามเบิกเงินสดจากบัตรเครดิต
?หลายๆ คนมีหนี้หลายทาง แล้วดันหมุนเงินไม่ทันจนทำให้ต้องเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตเพื่อเอาไปจ่ายค่าหนี้บัตรอีกใบ หรือหนี้นอกระบบที่ติดไว้อยู่
แต่เดี๋ยวก่อน อัตราดอกเบี้ยการเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตเนี่ยสูงไม่ใช่เล่นเลยนะคะ ส่วนมากจะอยู่ที่ประมาณ 20% เลยล่ะ!!
ดังนั้น ถ้าเกิดหาทางออกกับหนี้ที่กองสุมอยู่ไม่ได้ ให้ลองไปเจรจากับเจ้าหนี้ดีกว่าค่ะ อย่างถ้าเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ก็ลองไปคุยกับสถาบันการเงินว่าขอ ปรับโครงสร้างการชำระหนี้ได้ไหม หรือถ้าเป็นหนี้สินเชื่อนอกระบบ ยังไงก็ต้องลองเสี่ยงเจรจาต่อรองดูค่ะ
หลังจากนั้น เราก็ต้องเปลี่ยนนิสัยการใช้เงินของเรานะคะ เพราะการมีหนี้เยอะๆ ขนาดที่หมุนเงินใช้หนี้ไม่ทันขนาดนี้ แสดงว่าการจัดการเงินของเราไม่มีคุณภาพ ลองทบทวนการใช้เงินตัวเองใหม่ ใช้เงินเฉพาะกับสิ่งจำเป็น วางแผนการเงินให้ดี รับรองผ่านปัญหานี้ไปได้แน่นอน
5.มีบัตรเครดิตหลายใบใช้ตามเหมาะสม(พิจารณาฯ)
อย่างที่บอกว่าการมีบัตรเครดิตหลายๆ ใบอาจทำให้ยากต่อการติดตามการใช้เงิน ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นหนี้ให้เราได้
ลองนึกดูว่า สมมุติเรามีบัตรเครดิตอยู่ 4 ใบ แต่ละใบก็มาจากต่างสถาบันการเงิน ต่างบริษัท เงื่อนไขก็ต่างกัน วันที่ตัดยอดก็ต่างกัน แบบนี้อาจทำให้เราสับสนได้ว่า ใบไหนใช้ไปกี่บาทแล้วบ้าง แต่ละใบมียอดค้างเท่าไร แล้วต้องจ่ายก่อนวันไหนจะได้ไม่ถูกปรับ
แล้วใช้หลายๆ ใบแบบนี้ เราอาจจะเผลอใช้เกินความสามารถในการชำระคืนแต่ละเดือนเอาได้ง่ายๆ เพราะอาจตามติดการใช้จ่ายตัวเองได้ไม่ถี่ถ้วนนั่นเอง
ฉะนั้น ถ้าจะใช้บัตรเครดิตหลายใบ เราขอแนะนำว่าไม่เกิน 2 ใบ จะดีที่สุดค่ะ เลือกอันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์เรามากที่สุด ใบไหนที่ไม่ค่อยได้ใช้ให้ยกเลิกไปเลยค่ะ อย่าเสียดาย อย่าโอ้เอ้ ดีกว่าเสียค่าธรรมเนียมรายปีให้บริษัทบัตรเครดิตฟรีๆ ค่ะ